วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 8
วันอังคารที่ 27 กันยายน 2559 (เวลา : 08.30-12.30น.)

เนื้อหาการเรียน

⤠สอบกลางภาค⤟

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7
วันอังคาร ที่ 20 กันยายน 2559 (เวลา : 08.30-12.30 น.)


***ขาดเรียน อ้างอิงเนื้อหาจากนางสาวสราพร สงวนประชา
 http://warapornam.blogspot.com/2016_09_01_archive.html
ความรู้ที่ได้รับ

1.ทบทวนเรื่องอากาศและกรอบมาตรฐาน+ของเล่น
2.การไหลของน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ
3.ระดับของน้ำ
4.ตัดกระดาษเป็นรูปดอกไม้
-ทดลองการเปลี่ยนแปลงของดอกไม้
-การเปลี่ยนแปลงของดอกไม้เกิดจากการที่น้ำซึมเข้าไปในเนื้อกระดาษทำให้กระดาษค่อยๆบานออก


1.ทบทวนเรื่องอากาศและกรอบมาตรฐาน+ของเล่น


ทบทวนการทำของเล่นวิทยาศาสตร์ที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้สอนในหน่วยต่างๆได้อย่างเหมาะสม


กิจกรรมวาดรูปภาพสามมิติ


2.การไหลของน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเป็นหลักการในการนำมาทำน้ำพุ
      การไหลของลำน้ำ หรือ ธารน้ำไหล ได้แก่ การไหลแบบเป็นชั้น (Laminar Flows) เป็นลักษณะการไหลที่เรียบ มีความเร็วในการไหลต่ำ ลักษณะการไหล ชั้นบนสุดของผิวน้ำเคลื่อนที่เหลื่อมไปข้างหน้า เหนือชั้นที่ถัดลงไป มักพบลักษณะของการไหลเช่นนี้ในบริเวณน้ำที่มีระดับความลึกมาก การไหลดังกล่าวมีการพัดพาตะกอนไปได้น้อยมาก เช่น การไหลของน้ำใต้ผิวดิน การไหลแบบปั่นป่วน (Turbulent Flows) เป็นลักษณะการไหลของน้ำทั่วไป ภายใต้สภาพท้องน้ำที่ไม่ราบเรียบ มีความขรุขระมาก การไหลจึงไม่สม่ำเสมอ มีการพัดพาตะกอนไปตามกระแสน้ำได้มาก บางกรณีเกิดกระแสน้ำวน อันเนื่องมาจากสภาพความขรุขระของท้องน้ำ การไหลแบบปั่นป่วนลำน้ำจะไหลเร็วและมีการเปลี่ยนทิศทางได้ง่าย มีผลต่อการกัดเซาะตลิ่งสองฝั่งน้ำเป็นอย่างมาก





3.ระดับของน้ำ



4.กิจกรรมการเปลี่ยนแปลงของดอกไม้


ขั้นตอนที่1


 ขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนที่ 3

ขั้นตอนที่ 4 ตัดกระดาษออกเป็นรูปหังใจดังภาพ
ขั้นตอนที่ 5 ระบายสีตรงกลางดอก
ขั้นตอนที่ 6 พับกลีบดอกไม้ลง



ขั้นตอนที่ 7 นำดอกไม้ลงไปวางบนผิวน้ำแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของดอกไม้


การจัดการเรียนการสอน
- แบบเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็นและโต้ตอบกันในชั้นเรียน
- แบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในชั้นเรียน



คำศัพท์
1.Water flow = การไหลของน้ำ
2.water level=ระดับน้ำ
3.change=การเปลี่ยนแปลง
4.seepage=การซึม
5.the fountain=น้ำพุ

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 6
วันอังคาร ที่ 13 กันยายน 2559 (เวลา:08.30-12.30 น.)

เนื้อหาการเรียน

นำเสนอของเล่น "ตุ๊กตาถ่วงสมดุล"
อุปกรณ์

  1. กระดาษลังเหลือใช้
  2. ไม้ไอติม 1 อัน
  3. เหรียญบาท 2 เหรียญ
  4. อุปกรณ์ตกแต่ง (ปากกาสี)
  5. กาว
  6. กรรไกร

ขั้นตอนการทำ
1.วาดรูปตัวการ์ตูนแบบยกแขนทั้งวฃสองข้าง เท่ากัน ตัดตามรอย
รูป 3 สิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ ถ่วงสมดุล ด้วยเหรียญ
2. ติดเหรียญที่ปลายมือ ด้วยกาว ข้างละเหรียญจนแน่น
รูป 4 สิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ ถ่วงสมดุล ด้วยเหรียญ
3. ตัดไม้ไอติมปลายแหลมเป็นหัว
รูป 4 สิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ ถ่วงสมดุล ด้วยเหรียญ
ถ่วงด้วยนิ้ว จะเห็นได้ว่า มันจะถ่วงกันพอดี
รูป 5 สิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ ถ่วงสมดุล ด้วยเหรียญ

S T E M ?

S ⇒ การถ่วงสมดุล คือ ความเท่ากันของทั้งสองข้าง 
T ⇒ การเปิดนำเสนอในอินเตอร์เน็ต
E ⇒ ขั้นตอนการทำ
M ⇒ การวัด ความเท่ากัน

ทบทวนความรู้พี่ปี 5

น้ำเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง

การนำไปใช้
  1. การประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
  2. การเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำ


วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 5
วันอังคาร ที่ 6 กันยายน 2559 เวลา : 08.30-12.30

เนื้อหาการเรียน
       อาจารย์ให้นักศึกษามารวมตัวกันที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยและขึ้นไปดูวีซีดีที่อาจารย์เตรียมไว้ให้ เรื่อง อากาศ สรุปเนื้อหาได้ดังนี้

  • การทดลองอากาศมีตัวตนและมีแรงดัน

วิธีทำการทดลอง      
        หาลูกโป่งมา 1 ลูก วางไว้บนโต๊ะ แล้วหาหนังสือเล่มหนาๆ มาวางทับ บนลูกโป่ง จากนั้นให้เป่าลูกโป่ง ให้พองตัวขึ้นทีละน้อยๆ แล้วทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลอง

ผลการทดลอง      
        จะพบว่า เมื่อเราเป่าลูกโป่ง ให้พองตัวขึ้น ทีละน้อย ลูกโป่งจะสามารถ ยกหนังสือขึ้นได้ ยิ่งเป่าลมเข้าไปมากเท่าใด หนังสือก็จะถูกยกสูง มากขึ้นเท่านั้น เหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ อากาศมีตัวตนและมีแรงดัน

  • การทดลอง อากาศต้องการที่อยู่

อุปกรณ์
1. แก้วน้ำใส 1 ใบ
2. กระดาษทิชชู่
3. เทปใส
4. อ่างน้ำบรรจุน้ำเกือบเต็ม
วิธีการทดลอง
1. ยึดกระดาษทิชชู่ให้ติดกับก้นแก้วด้านในด้วยเทปใส
2. คว่ำปากแก้วแล้วกดลงในน้ำตรง ๆ ให้แก้วน้ำทั้งใบจมอยู่ใต้น้ำ อย่าให้แก้วเอียง น้ำอาจเข้าไปในแก้วได้ 3. นับ 110 แล้วค่อย ๆ ยกแก้วน้ำที่คว่ำอยู่ขึ้นมาตรง ๆ
ผลการทดลอง
          เมื่อคลี่กระดาษทิชชู่ที่อยู่ในแก้วน้ำออกมาดู กระดาษไม่เปียกน้ำเลย นั่นเป็นเพราะว่า น้ำในอ่างเข้าไปในแก้วน้ำไม่ได้ เนื่องจากในแก้วมีอากาศอยู่เต็ม และอากาศเหล่านี้จะมีความดันที่จะดันน้ำไม่ให้เข้าไปในแก้วได้ สามารถพิสูจน์ได้ว่าในแก้วมีอากาศอยู่จริง โดยใช้แก้วเปล่าอีกใบหนึ่งที่ไม่มีกระดาษทิชชู ค่อย ๆ คว่ำแก้วลงในน้ำจนแก้วทั้งใบอยู่ใต้น้ำ แล้วลองเอียงแก้ว จะพบว่าบริเวณผิวน้ำจะมีฟองอากาศพุ่งขึ้นมา ฟองอากาศนั้นก็คืออากาศที่เคยอยู่ในแก้วนั่นเอง หลังจากที่อากาศออกมาจากแก้วน้ำแล้ว น้ำในอ่างก็จะเข้าไปอยู่แทนที่ หากทำการทดลองแล้วพบว่า กระดาษเปียก ให้ลองทำดูอีกครั้ง คราวนี้พยายามอย่าเอียงแก้วน้ำ เพราะการเอียงแก้วน้ำจะทำให้น้ำสามารถไหลเข้าไปแทนที่อากาศในแก้วได้ แต่หากกดแก้วลงตรง ๆ การทดลองต้องประสบความสำเร็จแน่นอน

  • การทดลองอากาศก็มีน้ำหนัก

อุปกรณ์
1.     ลูกโป่ง
2.     ตาชั่งสองแขน
3.     กรรไกร
วิธีการทดลอง
1.     เป่าลูกโป่งให้ใหญ่เท่าๆ กัน แล้วจัดให้ได้สมดุลครับ
2.     หนีบเอาไว้ที่ตาชั่งสองแขนใบละข้าง
3.     เจาะลูกโป่งลูกใดลูกหนึ่งด้วยกรรไกร
ผลการทดลอง
         พบว่า เมื่อเป่าในปริมาณที่เท่ากัน ตาชั่งจะอยู่ในภาวะสมดุล แต่เมื่อเอากรรไกรตัดลูกโป่งออก 1 ใบ ลูกโป่งข้างที่ไม่โดนตัดก็จะเอนลง แสดงว่า ลูกดป่งที่ไม่ได้ถูกตัดมีน้ำหนักมากกว่า นั่นคือข้อพิสูจน์ว่า อากาศมีน้ำหนัก

ภาพประกอบกิจกรรม









  • หลังจากดูวีดิโอก็ลงมาพบอาจารย์และเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการการสอนของรุ่นพี่








การนำไปใช้
1.แนวการสอนเด็กเรื่องอากาศ
2.การทดลองเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เรื่องอากาศ

ประเมิน

ตนเอง
      ได้รับความรู้ 90 % อาจจะฟังไม่เข้าใจในบางการทดลอง และนำเสนองานของเล่น โดยนำเสนอ ของเล่นถ่วงสมดุล
อาจารย์
       เป็นการศึกษาด้วยตนเองจากวีซีดี และอาจารย์มาให้ความรู้หลังจากการดู และนำเสนอของเล่น

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 4
วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม 2559 เวลา : 08.30-12.30 น.

เนื้อหาการเรียน

    อาจารย์ให้อุปกรณ์มาทำการทดลอง พิสูจน์เรื่องของ "อากาศ รู้ได้ไงมีตัวตน" โดยมีอุปกรณ์แจกให้ดังนี้
อุปกรณ์

  1. กระดาษขนาด A4
  2. คลิปลวดหนีบกระดาษขนาดเล็ก
การทดลองของกลุ่มเพื่อนๆดังนี้
  1.    ทดลองรถ
  2. ทดลองม้วนกระดาษทรงกลม+แผ่นกระดาษ
  3. ภาพอากาศ
  4. ทดลองลูกยาง+ลูกยางกระดาษ
  5. ทดลองนก
  6. ทดลองกังหัน
โจทย์ :  อากาศ จะรู้ได้ไงว่ามีตัวตน
แนวคิด : ลม ซึ่งลมก็คือการเคลื่อนที่ของอากาศ
วิธีการทดสอบ : เป่าลมไปที่นก และเอากระดาษ ไว้หลังนก
     ครั้งที่ 1 เป่าลม ไปที่กระดาษโดยไม่เอานกกั้นไว้ตรงกลาง กระดาษจะปลิว  ดังนี้
                                               เป่าลม → กระดาษ  ⇒ กระดาษปลิว

     ครั้งที่ 2 เป่าลมที่กระดาา โดยมีนกเป็นตัวกั้นตรงกลาง ดังนี้
เป่าลม → นก → กระดาษ ⇒ กระดาษไม่ปลิว
สรุป
      กระดาษในครั้งที่ 2 ไม่ปลิวเพราะมีนกมากั้น ซึ่งถ้าหากมีวัตถุมากั้นลม ทำให้ลมกระจายไปรอบตัวนกและออกด้านข้าง ไม่ได้มากระทบกับกระดาษ ซึ่งทำให้กระดาาไม่ปลิว หรือไม่มีการเคลื่อนที่

เพิ่มเติม

อากาศคืออะไร ?
       อากาศอยู่รอบตัวเราเสมอ เราสามารถรู้ว่ามีอากาศอยู่รอบๆตัวเราได้โดยโบกมือไปมา กระแสลมที่เกิดขึ้นและปะทะกับฝ่ามือของเรา ก็แสดงว่าอากาศมีจริง หรือถ้าเรายืนอยู่ในที่ที่มีลมพัดผ่าน เราจะรู้สึกว่ามีอากาศหรือลมพัดมาถูกตัวเรา แรงลมสามารถทำให้เกิดคลื่นน้ำ หรือหมุนกังหันลมได้
 ลมคืออะไร ?
       ลม หมายถึง อากาศที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางในแนวราบ เกิดจากการแทนที่ของอากาศ เนื่องจากอากาศในบริเวณที่ร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น ในขณะที่อากาศบริเวณใกล้เคียงที่อุณหภูมิต่ำกว่าจะเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่ เมื่อมีการเคลื่อนไหวของอากาศที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงและแตกต่างกันของความกดอากาศ อากาศบริเวณที่มีความกออากาศสูงจะเคลื่อนที่เข้ามายังบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ มวลอากาศที่เคลื่อนที่เราเรียกว่า "ลม" จึงกล่าวได้ว่า ลม เกิดจากการเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงไปยังบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำนั่นเอง โดยการเคลื่อนที่ของลมจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความแตกต่างของความกดอากาศสูง และความกดอากาศต่ำ ถ้ามีความแตกต่างกันน้อยลมที่เกิดขึ้นจะเป็นลมเอื่อย และถ้ามีความแตกต่างกันมากจะกลายเป็นพายุได้ ดังนั้นการเกิดลม เป็นปรากฏการณ์ที่อากาศร้อนลอยตัวสูงขึ้น และอากาศเย็นเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่ นอกจากนั้นการหมุนเวียนของลมบนโลกเป็นกลไกในการช่วยกระจายพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ให้เฉลี่ยทั่วถึงโลก และช่วยพัดพาเอาความชุ่มชื้นจากพื้นน้ำมาสู่พื้นดินด้วย ข้อสังเกต เราพบว่าการเคลื่อนที่ของอากาศมี 2 ชนิด ด้วยกันคือ ถ้าเคลื่อนที่ขนานไปกับผิวโลกเราเรียกว่า "ลม" (Wind)

การนำไปใช้
  1. การให้ความรู้แก่เด็กในเรื่องของลม
  2. แนวการจัดการสอนให้แก่เด็กในเรื่องของอากาศ วิธีการต่างๆ ทั้งการทดลองและของเล่น
การประเมิน
ผู้เรียน
     ช่วยกันคิดกับเพื่อน ในวิธีการหาของเล่นเกี่ยวกับอากาศ หรือการทดลองต่างๆ
ผู้สอน
      ให้ความรู้ในเรื่องของอากาศได้อย่างหลากหลาย และการสอนเด็กให้ทราบเรื่องอากาศโดยวิธีที่ง่ายมากขึ้น เหมาสมาสำหรับเด็ก ให้ความรู้เหมาะสม






Image result for ยินดีต้อนรับ
บันทึกการเรียนครั้งที่ 3
วันอังคาร ที่ 22 สิงหาคม 2559 เวลา : 08.30-12.30 น.

เนื้อหารายวิชา

รูปแบบการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
  -การเรียนรู้ คือ เด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
  -คุณลักษณะตามวัย = พัฒนาการ ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็ก ทั้ง 4 ด้าน 
           ซึ่งพัฒนาการ → สมอง → ออกมาเป็นทฤษฎี
                                         ↓
                   ทำงานเพื่อความอยู่รอดของชีวิต

พัฒนาการเด็กปฐมวัย
เด็กอายุ 3 ปี 
1. พัฒนาการด้านร่างกาย
  • กระโดดขึ้นลงอยู่กับที่ได้
  • รับลูกบอลด้วยมือและลำตัว
  • เดินขึ้นบันไดสลับเท้าได้
  • เขียนรูปวงกลมตามแบบได้
  • ใช้กรรไกรมือเดียวได้


2. พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
  • แสดงอารมณ์ตามความรู้สึก
  • ชอบจะทำให้ผู้ใหญ่พอใจและรับคำชม
  • กลัวการพลัดพรากจากผู้เลี้ยงดูใกล้ชิดน้อยลง
3. พัฒนาการด้านสังคม
  • รับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง
  • ชอบเล่นเเบบคู่ขนาน
  • เล่นสมมติได้
  • รู้จักการรอคอย

4. พัฒนาการด้านสติปัญญา
  • สำรวจสิ่งต่างๆที่เหมือนกันและต่างกันได้
  • บอกชื่อของตนเองได้
  • ขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา
  • สนทนาโต้ตอบเล่าเรื่องประโยคสั้นๆได้
  • สนใจนิทานและเรื่องราวต่างๆ
  • ร้องเพลง ท่องคำกลอน คำคล้องจองง่ายๆและแสดงเลียนเเบบท่าทางได้
  • รู้จักใช้คำถาม อะไร
  • สร้างผลงานตามความคิดของตนเองอย่างง่ายๆได้
  • อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว

เด็กอายุ 4 ปี

1.พัฒนาการด้านร่างกาย
  • กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้
  • รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสองข้าง
  • เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้
  • เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้
  • ตัดกระดาษตามแนวเส้นตรงได้
  • กระฉับกระเฉงไม่อยู่เฉย

2. พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
  • แสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมบางสถานการณ์
  • เริ่มรู้จักชื่นชมความสามารถเเละผลงานตนเองและของผู้อื่น
  • ชอบท้าทายผู้ใหญ่
  • ต้องการให้มีคนฟังคนสนใจ

3. พัฒนาการด้านสังคม
  • เล่นร่วมกับคนอื่นได้
  • รอคอยตามลำดับก่อนหลัง
  • แบ่งของให้คนอื่น
  • เก็บของเล่นเข้าที่ได้

4. พัฒนาการด้านสติปัญญา
  • จำแนกสิ่งต่างๆด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้
  • บอกชื่อและนามสกุลของตนเองได้
  • พยายามแก้ไขด้วยตนเองหลังจากได้รับคำชี้แนะ
  • สนทนาโต้ตอบเล่าเรื่องเป็นประโยคต่อเนื่องได้
  • สร้างผลงานตามความคิดของตนเองโดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น
  • รู้จักใช้คำถามว่าทำไม


 เด็กอายุ 5 ปี 

1. พัฒนาการด้านร่างกาย

  • กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องได้
  • รับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจากพื้นได้ด้วยมือทั้งสอง
  • เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้อย่างคล่องแคล่ว
  • เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้
  • ตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้งที่กำหนด
  • ใช้กล้ามเนื้อเล็กได้ดี
  • ยืดตัว คล่องเเคล่ว

2. พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ

  • แสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้เหมาะสม
  • ชื่นชมความสามารถเเละผลงานตนเองและของผู้อื่น
  • ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางน้อยลง

3. พัฒนาการด้านสังคม
  • ปฎิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง
  • เล่นและทำงานโดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกับผู้อื่นได้
  • พบผู้ใหญ่รู้จักไหว้ ทำความเคารพ
  • รู้จักขอบคุณเมื่อรับของจากผู้ใหญ่
  • รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย
4. พัฒนาการด้านสติปัญญา
  • บอกความแตกต่างของกลิ่น สี เสียง รส รูปร่าง จำแนกและจัดหมวดหมู่สิ่งของได้สิ่งต่างๆด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้
  • บอกชื่อและนามสกุลและอายุของตนเองได้
  • พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง
  • โต้ตอบเล่าเป็นเรื่องเป็นราวได้
  • สร้างผลงานตามความคิดของตนเองโดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นและแปลกใหม่
  • รู้จักใช้คำถามว่าทำไม อย่างไร
  • เริ่มเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม
การนำไปใช้
  1. การเรียนรู้ของเด้กปฐมวัย
  2. พัฒนาการของเด็กปฐมวัย ช่วงอายุ 3 4 และ5 ปี
การประเมิน
ผู้เรียน
    ชอบคำถามและสนใจในคำถามที่อาจารย์สอบถาม
ผู้สอน 
    แต่งกายเรียบร้อย สอนเข้าใจ 





วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Image result for ยินดีต้อนรับ
บันทึกการเรียนครั้งที่ 1 
ชดเชยวันที่ 9 สิงหาคม 2559 เวลา : 8.30-12.30น.


เนื้อหารายวิชา

องค์ประกอของ BLOG

  • โปรไฟล์ ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลผู้เรียน
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวิทยาสาสตร์
  • ลิงค์อาจารย์และเพื่อนๆ
  • มคอ 3
  • งานวิจัยวิทยาศาสตร์
  • บทความทางวิทยาศาสตร์
การสรุปเนื้อหาของบล็อค

  • อธิบายจากเนื้อหา หัวข้อการเรียนรู้
  • การนำไปใช้
  • ประเมินผู้เรียน
  • ประเมินผู้สอน
  • ศัพท์ 5 คำ

Image result for ที่คั่นบรรทัด


บันทึกการเรียนครั้งที่ 2 
ชดเชยวันที่ 16 สิงหาคม 2559 เวลา : 8.30-12.30น.

เนื้อหาวิชา

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

  • กำหนดปัญหา
  • ตั้งสมมุติฐาน
  • หาข้อมูลพื้นฐาน
  • ทดลอง
  • ตรวจสอบสมมุติฐาน
  • สรุปผล
  • อภิปราย
  • นำไปปรับใช้
สาระสำคัญ
       วิทยาศาสตร์  หมายถึง ทักษะระบวนการที่ต้องศึกษา ค้นคว้าจากสิ่งรอบตัว เพื่อค้นหาความจริง โดยอาศัยการสังเกตุ การทดลอง เพื่อให้ได้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์

แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
  1. ระบบนิเวศ
  2. ความสมดุล
  3. ความเปลี่ยนแปลง
  4. ความแตกต่าง
  5. การปรับตัว
  6. การพึ่งพาอาศัยกัน
เจตคติของนักวิทยาศาสตร์
  • อยากรู้อยากเห็น
  • ไม่ตีกรอบความคิด
  • มีความพยายาม พากเพียร
  • ชอบสืบค้นและทดลอง
  • ซื่อสัตย์ ยอมรับสิ่งที่เกิด
  • มีเหตุและผล
  • ละเอียด มีระเบียบ รอบครอบ
ความสำคัญของวิทยาศาสตร์
       ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ และช่วยพัฒนาทักษะกระบวนการต่างๆ อีกทั้งเสริมประสบการณ์ของชีวิต 

ประโยชน์ของวิทยาศาสตร์
  • เกิดความสุขสบาย
  • เกิดความสมดุลในชีวิต
  • สร้างความเชื่อมั่นของตน
ทักษะที่เกี่ยวข้อง
  • ทักษะคณิตศาสตร์
  • ทักษะทางภาษา
      ซึ่งทั้งสองนี้เกี่ยวข้องกันคือ การคำนวน การลงความคิดเห็น  การสื่อความหมาย  การจำแนก  การแยกแยะ  ความสัมพันธ์ ความผกผัน

*พัฒนาการ คือ ความสามารถตามช่วงวัย 
*การเล่น คือวิธีการเรียนรู้ของเด็ก
*การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์เกิดจากเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตประจำวัน

การนำไปใช้
  1. นำความรู้ทฤษฎีไปจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์
  2. จัดประสบการณ์เป็นขั้นตอน ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
  3. การจัดกิจกรรมให้เด็ก  ควรคำนึงถึงพัฒนาการตามวัย
การประเมิน
ผู้เรียน : ตั้งใจเรียน และชอบในการตอบคำถาม สนุกกับเนื้อหา

ผู้สอน : อาจารย์พูดไว และงงนิดหน่อย  แต่ก็เข้าใจได้และได้ให้ความรู้อย่างมีประโยชน์อย่างมาก


Image result for ที่คั่นบรรทัดเคลื่อนไหว